เราออกเดินทางอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนด่าด้วยคำหยาบคายมากที่สุดเท่าที่มนุษย์คนนึงจะนึกออก ด้วยเสียงแหบดังของ อากอร์ โดรยาส กัปตันเรือยักษ์แดงที่น่าจะกลายเป็นเศษไม้ในไม่ช้า หมอนี่น่าจะเจ็บใจมากพอๆกับเจ็บตัวจากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น และวางแผนแก้แค้นทั้งคาร์เตอร์และพวกเราไปพร้อมๆกัน ถ้าเขาหาเรือลำใหม่ได้เร็วพอล่ะก็นะ
ซีราเอล เกือบจะพลั้งมือฆ่าหมอนั่นอีกรอบ ตอนที่อากอร์ทำท่าจะคว้าเธอไปจูบ ยังดีที่วิลลิสนั้นเร็วกว่า ดาบเล่มยาวจึงแยกหมอนั่นออกจากเอลฟ์สาวได้ก่อนเธอจะปักลูกศรลงไปในกะโหลกกัปตันเรือยักษ์แดง
หลังจากเราออกเรือล่องทะเลอีกครั้ง ฝันร้ายทั้งหมดก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องโกหกไปเลยทีเดียว เราแลกเปลี่ยนข้อมูลการเดินทางกันโดยเริ่มจากเอมเมอร์ ที่ดูจะมีเรื่องเล่ามากมายตลอดสิบปีที่ไม่ได้เจอกับพี่ชาย
คาร์เตอร์บอกให้เธอใจเย็นๆ ขณะที่สั่งให้ลูกน้องเอาชาร้อนมาเสิร์ฟให้เราทุกคน ซึ่งนั่นทำให้ซีราเอลอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ใช่ชาชั้นเลิศ แต่ก็ยังดีกว่าน้ำทะเลเป็นไหนๆล่ะนะ" เธอผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พยายามทำตัวให้แห้งไปด้วย
"พรุ่งนี้ช่วงเย็นๆ เราน่าจะไปถึงเกาะใบพัด" คาร์เตอร์บอกแผน "เราจะส่งลูกเรือจากท่านหญิงรอนด้าลงที่นั่นทั้งหมด พร้อมกับขนถ่ายสินค้าบางอย่างด้วยเช่นกัน"
"เจ้าหมายถึง สินค้าที่ปล้นมาได้" ผมถามตรงๆ
"ถ้าเจ้าจะเลือกใช้คำแบบนั้น ข้าก็ไม่ขัด.... เทลอน... ใช่มั้ย ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องมีอาวุธหรือความสามารถบางอย่างที่วิเศษมากทีเดียว ที่ทำให้เรือนั่นรอดจากปลาไหลยักษ์นั่นได้ แต่อย่าให้ข้าเตือนความจำเจ้าเชียวล่ะ ว่าใครคือกัปตันบนเรือลำนี้" คาร์เตอร์ข่มผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกวนประสาทสิ้นดี "แต่ยังไงก็ต้องขอบใจเจ้ามากล่ะนะ ที่ช่วยชีวิตน้องสาวผู้น่ารักของข้าไว้"
"ซีราเอลก็ช่วยชีวิตข้าไว้เช่นกันนะ ท่านพี่" เอมเมอร์ขัดขึ้นเพื่อปกป้องพี่สาวคนสวยของตัวเอง
"ซึ่งข้าก็กำลังจะขอบใจท่านหญิงเอลฟ์อยู่นี่เช่นกัน โปรดอภัยให้ข้าด้วย แม่หญิงคนงาม ข้าคงจะเป็นชายที่โชคดีที่สุดในทะเลใต้ หากท่านให้เกียรติเต้นรำกับข้าสักเพลงในงานเลี้ยงต้อนรับคืนนี้"
คาร์เตอร์ตั้งใจจัดงานเลี้ยงต้อนรับ เพื่อแนะนำน้องสาวของเขาและสหายใหม่ให้กับทุกคนบนเรืออีกาดำได้รู้จัก และเสบียงกับอาวุธที่ยืดมาได้จากเรือของอากอร์ก็มากพอจะเลี้ยงโจรสลัดไปได้อีกเดือนเต็มๆ
"ข้าขอปฏิเสธ" ซีราเอลไม่เห็นด้วย "แม้เจ้าจะเป็นคนที่มาช่วยเหลือพวกเรา แต่ข้าก็ไม่คิดว่าโจรสลัดจะเป็นคนที่สมควรจะยุ่งเกี่ยวด้วยไม่ว่ากรณีใดๆ นั่นไม่รวมถึงความจาบจ้วงของเจ้าในคำพูดกับสายตายะโสนั่น และ...."
"ข้าชอบงานเลี้ยง" เอมเมอร์แทรกขึ้นมาเพื่อหยุดคำดูถูกอีก 20 คำที่ซีราเอลอาจจะระบายออกมาในห้องนี้ ผมชอบที่เธอนั้นโตและฉลาดเกินตัวพอๆกับที่ไร้เดียงสา แต่ยังไงซะ งานเลี้ยงก็คงไม่เลวนัก สำหรับทุกคนที่นี่
ยกเว้นผม
ยังไงก็ยังเป็นเอลฟ์ผมสีดำอยู่ดี และสำหรับอะไรที่คล้ายกับ "เอลฟ์ต้องสาป" ผมไม่คิดว่าการปรากฏตัวต่อสายตาคนเยอะๆจะเป็นผลดีต่อตัวเองในอนาคตเท่าไหร่นัก
และเมื่อยามค่ำคืนมาถึง งานเลี้ยงเล็กๆที่ประกอบไปด้วยอาหารมากมายก็เริ่มขึ้น โจรสลัดหลายคนจับปลาจากทะเลได้มากพอจะเอามาย่างกินกันจนอิ่มโดยไม่ต้องใช้เสบียงของอากอร์ด้วยซ้ำ เหล้าองุ่นถูกตักจากถังและรินไปรอบๆวงอาหาร เสียงเพลงและเครื่องดนตรีหลายชิ้นเท่าที่พวกลูกเรือจะเล่นกันได้ดังไปทั่วน่านน้ำ ส่วนพวกลูกเรือเก่าของท่านหญิงรอนด้าทุกคนถูกสั่งให้อยู่ที่ชั้นล่าง และพายเรือไปจนกว่าจะถึงเที่ยงคืนหลังจากได้รับอาหารที่มากพอ
ผมหลบออกมาจากวงรื่นเริง ขึ้นไปนั่งอยู่บนเสากระโดงที่ไม่มีใครจอง เสานึงข้างหน้าที่สูงกว่านั่น เป็นของพลสังเกตุการณ์ที่ชื่อ บอช หรืออะไรสักอย่าง แต่ยังไงซะ ข้างบนนี่ก็สงบดีพอตัว ผมนั่งดูคลื่นลมสงบที่อยู่ใต้ท้องฟ้าสีดำ ในมือมีอาหารสองสามอย่างที่หยิบติดมาด้วย นั่งฟังเสียงคลื่น และบทสนทนาข้างล่างไปพลางๆ
เอมเมอร์ดูจะมีความสุขและสนุกสนานเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่พบกับผม เธอดูจะผ่อนคลายกับลูกเรืออีกาดำที่ตอนนี้ก็เหมือนชายวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคนที่ดูจะเอ็นดูเธอมากพอๆกับกัปตันของพวกเขา
ส่วนซีราเอลก็เป็นจุดเด่นและเป็นที่สนใจของลูกเรือทุกคน และไม่ใช่แค่คาร์เตอร์เท่านั้นที่อยากเต้นรำกับเธอ แต่ลูกเรือกว่าครึ่งต่างผลัดกันมาขอเธอเต้นรำ ซึ่งเธอก็ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย และนั่นช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้พวกโจรสลัดได้ดีทุกครั้งที่เธอทำให้ใครสักคนผิดหวัง
แกรมส์นั้น แม้ว่าจะไม่ต้องไปนั่งพายเรือยามดึกเหมือนเชลยคนอื่น แต่หมอนั่นก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโจรสลัด มากพอๆกับที่พวกโจรสลัดที่คิดแบบเดียวกัน เขาถืออาหารไปนั่งกินไกลๆที่หัวเรือซึ่งเงียบกว่า และไม่สะดวกที่จะสุงสิงกับใครมากนัก
คืนนี้ น่าจะเป็นคืนแรกที่พวกเรารู้สึกว่าได้ผ่อนคลายจากอันตรายหลายๆอย่างที่ประเดประดังเข้ามาอย่างไม่ให้ตั้งตัว ผมยังหวังว่าจะไม่มีสัตว์ประหลาดยักษ์โผล่มาอีก แม้จะเปิดสัญญาณตรวจจับแล้ว แต่ผืนน้ำนั้นกว้างใหญ่และลึกเกินจะมีสัญญาณใดๆไปถึง ยิ่งถ้าผมไม่ใช่สัตว์น้ำแล้วด้วยล่ะก็
เดี๋ยวนะ ผมไม่ใช่สัตว์น้ำ
แต่ผมก็เรียนรู้ความสามารถและสกิลของพวกมันได้นี่นา
นึกได้แล้วผมก็โดดลงจากเสากระโดงเรือ ลงไปยังห้องเก็บเสบียงข้างล่าง ผมจำได้ว่าคาร์เตอร์สั่งให้ลูกเรือแล่เนื้อกับกระดูกของปลาไหลยักษ์นั่นออกมามากพอจะเก็บเอาไว้สำหรับขายหรือแลกเปลี่ยนที่ท่าเรือข้างหน้า
และพอถึงห้องเสบียงที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งที่เอาไว้แช่เย็นอาหารเพื่อไม่ให้เน่าเสีย ผมก็เห็นส่วนหนึ่งของหัวปลาไหลนั่นอยู่ที่มุมห้อง เมื่อผมเดินตรงไปที่มัน เสียงนึงก็ไล่หลังผมมา
"เจ้านี่ ดูจะมีรสนิยมในการกินที่ค่อนข้างแปลกทีเดียวนะ"
ผมหันไป คาร์เตอร์ ดิชค์ ยืนพิงประตูอยู่ตรงนั้น
แปลกประหลาดมาก ไม่น่าจะมีใครตามผมมาได้ด้วยประสาทหูของผมที่ดีกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่าแบบนี้ ผมเผชิญหน้ากับเขา มีคำถามมากมายที่อยากรู้จากชายที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้กุมอำนาจในท่าเรือโจรสลัดของเอเคอร์เชล
"ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ดีพอสมควรเลยว่าเจ้าตัวนี้คืออะไร ฉมวกที่เจ้ายิงมาจากท้องเรือนั่น เจ้าเคยเจอกับสัตว์ร้ายตัวนี้มาก่อนงั้นหรือ?" ผมถาม
"จริงๆก็ไม่เชิงหรอกนะ" คาร์เตอร์ยังยืนอยู่ที่เดิม ทำท่าเหมือนจะหนาวจากไอเย็น ซึ่งผมรู้ว่าหมอนั่นแกล้ง "เรือของข้านั้นล่องไปไกลกว่าที่เรือลำไหนจะเคยไปถึง ข้าเคยเห็นมาเกือบหมด แต่ก็ยังไม่มากพอกับสัตว์ประหลาดที่อยู่นอกน่านน้ำเหล่านั้น เจ้าตัวนี้ก็เหมือนกัน ข้าไม่เคยเห็นมันหรอก แต่สัตว์ประหลาดขนาดเท่ามันน่ะ ไม่ได้เป็นเรื่องเร้นลับ หากเจ้าล่องเรือออกไปไกลมากพอ"
หมอนั่นเดินมาที่ลังใส่แอปเปิ้ล หยิบขึ้นมากัดหนึ่งลูก "ว่าแต่เจ้าเถอะ ข้าล่องเรือออกไปไกลมากมายขนาดนี้แล้ว แต่ข้าก็ยังไม่เคยเห็นเอลฟ์ผมสีดำมาก่อนเลย ข้านึกว่ามันเป็นตำนานไร้สาระ จนได้มาเห็นเจ้านี่แหละ"
"ตำนานอะไร?"
"ก็ขึ้นอยู่กับว่า มันถูกพูดถึงที่ไหน? ใน West-End น่ะ ดูเหมือนจะเป็นเอลฟ์ต้องสาปที่นำหายนะมาสู่เผ่าพันธุ์ แต่ที่อื่นน่ะไม่ใช่ ข้าเคยได้ยินวาเอลฟ์ผมสีดำที่อยู่ใน South-End น่ะ เป็นเผ่าพันธุ์หายาก ส่วนที่ East-End น่ะ บางคนยกให้เป็นเทพเจ้าหรือหัวหน้าเผ่าพันธุ์เลยด้วยซ้ำ"
"ฟังดูน่าอยู่นะ ที่นั่นน่ะ"
"ก็ไม่เชิง ถ้าไม่นับว่าทวีปนั้นมันร้อนและมีทรายเยอะไปหน่อยล่ะก็นะ" คาร์เตอร์เว้นระยะนิดหน่อยระหว่างกัดแอปเปิ้ลเย็นๆอีกคำ
"เจ้าต้องการอะไรจากเอมเมอร์กันแน่ เทลอน" น้ำเสียงหมอนั่นเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ผมไม่ได้คิดคำตอบพวกนี้เตรียมเอาไว้ "ไม่มากไปกว่าการคุ้มครองสำหรับค่าตอบแทน ข้าเป็นเอลฟ์ เป็นคนพเนจร ข้าจะยินดีมากกว่าถ้ามีหลักทรัพย์ส่วนหนึ่งสำหรับการยังชีพอันแสนสั้นของข้า"
"งั้นเจ้าก็คงต้องแบกเงินติดกระเป๋ามากมายทีเดียว ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร หรือมีเป้าหมายอะไรนะ เทลอน ที่รู้อย่างเดียวคือ เจ้ามันตัวอันตราย ฝีมือของเจ้า เวทย์มนต์ อาวุธ และความลับของเจ้ามันมากเกินกว่าที่จะมาขลุกอยู่กับเด็กหญิงอายุ 16 สักคน หรือเจ้าว่าไงล่ะ?"
"ข้าแค่อยากจะถามว่า ข้าจะขอกินเนื้อปลาไหลยักษ์นี่สักคำสองคำได้หรือเปล่าเท่านั้น"
"ถ้าเจ้าต้องการแค่นั้นก็เอาเถอะ เอลฟ์หนุ่ม ข้าแค่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เจ้าจะไม่ทำให้พวกเราต้องลำบาก โดยเฉพาะกับน้องสาวของข้า ซึ่งนอกจากข้าแล้ว เจ้าเป็นอีกคนที่เรียกนางว่า เอมเมอร์ ได้"
หมอนั่นหันหลังเดินจากไป ทิ้งแอปเปิ้ลเย็นๆที่กัดไปแล้วสองคำกลิ้งลงพื้น
ผมก้มลงตัดเนื้อปลานั่นมาชิ้นหนึ่ง จับเข้าปากเคี้ยว รสชาติใช้ได้ทีเดียวสำหรับเนื้อดิบและแช่แข็ง ขณะที่เพิ่งจะคิดเรื่องน่าประหลาดออกอีกเรื่อง
ผมไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าหมอนั่นตอนที่เดินออกไปเลยด้วยซ้ำ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น