โจรสลัดทุกคนในเรือ "ยักษแดง" เร่งรีบออกเรืออย่างเร็วที่สุด
เท่าที่ผมถามเหตุผลมาได้ก็คือ ไม่มีเลยสักคนในน่านน้ำแห่งนี้ที่ไม่เกรงกลัว คาร์เตอร์ ดิชค์ ราชาโจรสลัดที่โหดเหี้ยมพอๆกับเป็นปิศาจผู้มากับเรือสีดำสนิทซึ่งใครๆต่างก็เรียกว่า "อีกา"
ผมคิดว่านี่น่าจะเป็น คาร์เตอร์ ดิชค์ ที่เอมเมอร์หมายถึง แต่พอถามเธอตรงๆเธอก็บอกว่า เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะใช่หรือไม่ เพราะเธอเองก็ไม่เคยเห็นคาร์เตอร์ ดิชค์ คนนี้หรือเรือของเขาเช่นกัน
ผมไม่มีปัญหาหากต้องเผชิญหน้ากับเรือโจรสลัดอีกลำ หรือพวกมันทั้งฝูงอีกรอบ แต่เพราะคำยืนกรานอย่างหนักแน่นของอากอร์ว่าไม่ควรเผชิญหน้ากับหมอนั่น ก็ไม่ได้เหนี่ยวรั้งให้เราปฏิเสธความเห็นที่อยากจะออกเรือลำนี้ไปให้พ้นๆจากเรืออีกาดำ
ซึ่งผมว่า ยังไงก็คงไม่รอดไปได้ไกลเท่าไหร่หรอก หากผมดูไม่ผิด เรือยักษ์แดงเป็นเรือใหญ่ที่ไม่ได้เน้นไปที่การหนีหรือการใช้ความเร็ว แต่เป็นเรือที่เน้นการโจมตีและการพุ่งชนเป็นหลัก แม้จะมีใบเรือที่ใหญ่ แต่ปืนใหญ่จำนวนมากก็ทำให้เรือนั้นหนักกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับการใช้ความเร็ว และลูกเรือส่วนใหญ่ของเรือลำนี้ ก็ตายไปด้วยฝีมือผม แทนที่จะได้กลับมาเป็นฝีพายของยักษ์แดง
และอากอร์ก็รู้เรื่องนั้นดี เรือยักษ์แดงนั้นเร่งความเร็วได้ด้วยการใช้ฝีพาย 28 คน ซึ่งหากรวมลูกเรือของท่านหญิงรอนด้าเข้าไปด้วย มันก็พอจะเป็นไปได้ แต่พอผมเพ่งสายตามองไปยังเรืออีกาดำ ผมก็แน่ใจว่าในอีกไม่นาน เรือนั่นจะเข้ามาถึงระยะยิงของตัวมันเองได้ไม่ยาก
แต่ขณะที่เรือยักษ์แดงกำลังจะตีตัวออกห่างจากซากเรือท่านหญิงรอนด้าได้ไม่นาน
แรงกระแทกมหาศาลก็ทำเอาพวกเราหลายคนเสียหลักและล้มกลิ้งลงไปบนพื้น
"เราถูกยิงงั้นเหรอ???"
"พวกมันยิงเรา"
"ไม่ใช่ มันยังอยู่ไกลเกินไป"
ความอลหม่านยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก เราไม่รู้ว่าอะไรที่โจมตีพวกเราจนกระทั่งลูกเรือคนนึงตะโกนบอกอากอร์
"กัปตัน ดูนั่น ใต้ท้องเรือ"
เราทั้งหมดจึงวิ่งไปยังกราบซ้ายของเรือเพื่อดูสิ่งที่หมอนั่นบอก
ภาพที่เห็นทำให้เราตกใจจนแทบจะหมดสติ เอมเมอร์แทบจะยืนไม่อยู่ ส่วนซีราเอลก็สบถคำบางคำออกมาเป็นภาษาเอลฟ์ซึ่งผมเข้าว่ามันน่าจะหมายถึง "เวรล่ะ" ส่วนแกรมส์ นอร์ตัน กับ อากอร์ โดรยาส นั้น หน้าถอดสีไปด้วยความกลัว
เกล็ดสีเทาใหญ่เท่าหลังคาบ้านนับร้อยอันแทรกตัวผ่านคลื่นใต้น้ำตรงส่วนที่เป็นด้านใต้ลำเรือของเรา ครีบยาว 20 เมตรสะบัดไปตามการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลซึ่งสร้างแรงดันมหาศาลให้กับคลื่นข้างใต้นั่น และเมื่อมันหันหัวกลับมาอีกครั้ง เราก็เห็นฟันแหลมนับร้อยซี่อยู่ในปากของมัน ก่อนมันจะพุ่งเข้ามาหาพวกเราอีกรอบ
"นั่นมันตัวอะไรกันล่ะเนี่ย" ผมพูดขึ้นลอยๆ แต่ก็หวังว่าจะมีใครตอบคำถามผมสักคนก็ยังดี ซึ่งไม่มีประโยชน์ ดูเหมือนว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนี่จะไม่ได้มาเยี่ยมเยียนน่านน้ำแห่งนี้บ่อยมากพอจะให้ใครจำหน้าของมันได้
และมันก็วกกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะชนเรือยักษ์แดงจนเกือบจะพลิกคว่ำ แรงกระแทกครั้งนี้มากกว่าครั้งก่อนหน้าเป็นสองเท่า และดูเหมือนเจ้าสัตว์ตัวนี้จะไม่ได้มีแผนแค่จะหยอกล้อพวกเราเล่นกลางทะเล
"ให้ตายเหอะ นี่มันวันโลกาวินาศอะไรกันเนี่ย" อากอร์บ่นออกมาดังๆ ลูกเรือโดนฆ่าไปเกือบหมด แถมข้ายังได้แผลมาอีกเป็นสิบจนเลือดเกือบหมดตัว คาร์เตอร์ ดิชค์ กับเรืออีกาดำ แล้วนี่ยังมีสัตว์ประหลาดยักษ์ยาว 30 ฟุตอยู่ใต้เรือข้าอีกงั้นเหรอเนี่ย" หมอนั่นทำเสียงเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ
"เจ้าต้องเลือกเอาว่าจะเผชิญหน้ากับใคร ระหว่างคาร์เตอร์ ดิชค์ กับสัตว์ประหลาดนี่" แกรมส์พยายามคิดหาทางเลือก
"ข้าไม่เลือกทางไหนทั้งนั้นแหละ" อากอร์สรุป "ออกเรือ!!! เต็มกำลัง!!!" อากอร์พยายามจะหนีมากกว่าสู้ ช่างเป็นโจรสลัดที่กล้าหาญเสียนี่กระไร แต่ผมก็ไม่โทษหมอนี่หรอกนะ ไม่ว่าจะต้องเจออะไรในตอนนี้ การต่อสู้ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่แย่เอามากๆ สำหรับเรือยักษ์แดงเลยทีเดียว
ยักษ์แดงพยามเร่งความเร็ว แต่เจ้าสัตว์ประหลาดใต้ทะเลก็ขวางแนวเรือเอาไว้ด้วยการฟาดหางขนาดใหญ่เข้าที่หัวเรือจนลูกเรือคนนึงร่วงลงไปในน้ำ ก่อนมันจะพุ่งตัวเองขึ้นมาพ้นผิวน้ำ แต่เล็งเป้าไปที่เรือท่านหญิงรอนด้า ซึ่งดาดฟ้าเรือเต็มไปด้วยเลือดของโจรสลัดและลูกเรือ
เราจึงได้เห็นใบหน้าของมันชัดๆจากตรงนี้ที่ห่างไปร่วม 40 เมตร
เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นมีใบหน้าเหมือนปลาอะไรสักอย่างที่เป็นส่วนผสมของปลาไหล ตะกวด กิ้งก่า และมังกร ครีบใหญ่ตรงกลางหัวมันเหมือนใบเลื่อยยักษ์ที่วางอยู่เป็นแนวทั้งลำตัวยาวที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้น้ำ กับสายตาไม่เป็นมิตรของนักล่าที่พร้อมจะฆ่าทุกคนที่มันต้องการในทันทีที่มันเห็นว่ากำลังทำให้มันหงุดหงิด ฟันแหลมนับร้อยซี่อยู่ในปากขนาดใหญ่ของมันที่น่าจะกินเรือเล็กสักลำได้ในคำเดียว ตรงกระพุ้งแก้มมีร่องเหงือกที่อ้าๆหุบๆเหมือนกระบังลมที่ต้องการอากาศอย่างไม่สิ้นสุด นอกจากนั้นก็เป็นเกร็ดและคราบลื่นๆที่ทำให้มันว่ายน้ำได้เร็วเท่าที่ต้องการ
ก่อนที่มันจะพุ่งตัวเองทิ่มลงไปยังซากศพพวกนั้น งับคนตายขึ้นมา แล้วเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย
"มันได้กลิ่นเลือด" ซีราเอลจับสังเกตุถึงเลือดที่ไหลลงทะเล "มันตามกลิ่นเลือดมาหาอาหาร"
"ซึ่งข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะไม่ได้หมายถึงเรา" อากอร์สั่งลูกเรือให้เร่งฝีพายอีกครั้ง แต่ก็เป็นไปด้วยความเชื่องช้ากว่าที่ควรจะเป็นสักร้อยเท่าได้
เจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์นั่นยังก้มหน้าก้มตากินศพบนเรือท่านหญิง ซึ่งคงเป็นโอกาสเดียวที่เราจะหนีรอดไปจามคมเขี้ยวนับร้อยนั่นได้
เรือยักษ์แดงออกห่างจากสัตว์ยักษ์นั่นมาเรื่อยๆ ทิ้งเสียงน้ำและเสียงบดขยี้ไว้เบื้องหลัง เราทุกคนต่างอกสั่นขวัญแขวนไม่แพ้กัน แม้แต่ผมเองก็ยังไม่เคยเจอสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่แบบนั้นในชีวิต มีบ้างที่เคยอ่านหนังสือเจอ แต่มันก็เทียบกันไม่ได้เลยกับการได้มาเห็นตัวเป็นๆของสัตว์ประหลาดแบบนี้
"มารินัส ดาครูนัม" ผมคิดออกมาดังๆ
"เจ้าว่าอะไรนะ?" ซีราเอลที่ยืนอยู่ใกล้ๆผมถามผมทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาไปจากเจ้าสัตว์ยักษ์นั่น
"มารินัส ดาครูนัม สัตว์ร้ายที่เป็นหนึ่งในอสูรแห่งโพเซดอน ข้าเคยอ่านในหนังสือน่ะ มันคือมังกรทะเลในอีกความหมายหนึ่งซึ่งใครสักคนอาจจะมองมันเป็นอย่างนั้นได้ไม่ยาก ขณะที่บางคนอาจจะมองเป็นแค่ฝันร้ายของปลาไหลยักษ์พันปี ซึ่งข้าเองก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่าจะใช่มันหรือเปล่า ภาพในหนังสือมันไม่ได้เหมือนแบบนี้เท่าไหร่นัก"
ข้ายอมรับว่าทึ่งในความสามารถของเจ้าและความรู้ที่เจ้ามีนะ เทลอน" เธอเอ่ย "แต่เจ้าพอจะอ่านเจอวิธีกำจัดมันหรือจุดอ่อนในหนังสือที่เจ้าว่ามาบ้างหรือเปล่าล่ะ?"
"ก็เหมือนสัตว์ประหลาดทั่วไปนั่นแหละ" ผมตอบ ซีราเอลหันมามองผม หวังว่าผมจะช่วยให้คำตอบที่เธออยากได้ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ตรงนี้ดียิ่งขึ้น
"แทงมันจนตาย ก็แค่นั้นแหละ" ถ้าผมจำไม่ผิด ในหนังสือนั่นไม่ได้บอกอะไรไว้มากกว่า "เล็งตรงส่วนหัว" หรืออะไรทำนองนั้นที่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นประโยชน์อะไรเท่าไหร่กับสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งผมก็ไม่ได้คาดหวังสีหน้าที่ผิดหวังไปมากกว่านี้จากซีราเอลเช่นกัน
เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นมุดตัวลงน้ำไปอีกแล้ว หลังจากทิ้งซากเรือท่านหญิงให้จมน้ำไปได้เร็วยิ่งขึ้น "มันหายไปไหนแล้ว?" อากอร์ตะโกนลั่น พยายามคว้ากล้องส่องทางไกลไปดูด้วยมือข้างที่ยังดีอยู่
"อยู่นั่น มันตรงมาที่เรา" แกรมส์ตะโกนพร้อมกับชี้ไปที่ใต้น้ำ เห็นหางมันสะบัดแทรกตัวอยู่ข้างใต้พอดี และหลังจากนั้น 2 วินาที แรงกระแทกก็ส่งพวกเราลงไปนอนบนพื้นเรืออีกครั้ง
"ระยำเอ๊ย นี่มันจะไม่ปล่อยพวกจริงๆใช่มั้ยเนี่ย" อากอร์ตวาดลั่น
"ก็จนกว่ามันจะอิ่มนั่นแหละ" ผมได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด
"แล้วเราจะเอาไงกันต่อดี เซอร์เทลอน" แกรมส์ถามความเห็นผม ซึ่งเช่นเดียวกับทุกคนในที่นี้
"แค่ เทลอน ก็พอ" ผมตอบ ก่อนจะให้ความเห็นที่ดีที่สุด "เร่งความเร็วเต็มกำลังไปยังเรืออีกาดำ" ผมบอกไอเดียของผม
"เราจะไปหาคาร์เตอร์ ดิชค์"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น