ผมตื่นขึ้นตอนเช้าในโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้ๆกับท่าเรือ ตามเวลานัดหมายของการออกเดินทางคือ 7 โมงเช้าไม่ขาดไม่เกิน
ขบวนของพวกเราออกมายังถนนใหญ่แล้ว ตอนที่ผมทำทีเป็นนักเดินทางที่กำลังจะไปขึ้นเรือสักลำในท่าเรือเช่นกัน
ผมไม่ได้พักร่วมกับยูเรลเหมือนตอนแรกที่เราตกลงกันไว้ คงไม่ดีแน่ที่จะให้ทหารเห็นว่ามีเอลฟ์ต้องสาปผมสีดำอยู่ในคณะจริงๆ ผมเลยต้องแอบขึ้นเรือลำที่เราจะใช้เป็นพาหนะเดินทางสู่ทะเล
ที่ท่าเรือ เรามาถึงเรือขนาดใหญ่ทีเดียว มันมีเสากระโดง 4 เสา และใบเรือที่สูงลิบลิ่วซึ่งถูกพับเก็บอยู่ด้านบน ลำเรือเป็นสีน้ำตาลอ่อน เขียนด้วยตัวอักษรอ่านง่ายว่า "Lady Ronda" ซึ่งดูจะสมฐานะของเรือเสียจริงๆ กระดูกงูของเรือเป็นไม้ขนาดใหญ่ที่ทำให้มั่นใจว่าเรือลำนี้จะไม่จมสู่ก้นทะเลง่ายๆ
แกรมส์ นอร์ตั้น กัปตันเรือมาดนิ่งผู้จะเป็นคนพาเราออกจากฝั่งยืนรออยู่แล้วในชุดที่พร้อมสำหรับการเดินเรือที่สุด อย่างน้อย เจ้าหมอนี่ก็ไม่ได้เจ้ายศเจ้าอย่างมากพอที่จะใส่เครื่องประดับไม่จำเป็นหรือชุดเกราะหนักน่าสมเพชมาลงเรือยักษ์นี่ล่ะนะ
แกรมส์ ทำความเคารพเอมเมอร์โดยการโค้งคำนับ เช่นเดียวกับซีราเอลที่ดูจะพึงพอใจเช่นกัน "ข้าหวังว่าท่านจะพบความสะดวกสบายเท่าที่จะหาได้จากเรือชั้นดีลำนี้" หมอนั่นดูจะภูมิใจใน ท่านหญิงรอนด้า มากกว่าตัวเองอยู่สักหน่อย
และนอกจากทั้งสองคนที่ขึ้นเรือ คนอื่นที่เหลือ ทั้งลอร์ดเจ้าเมืองอย่างเฮอร์เชลลัส และคณะที่ปรึกษาที่มากันอย่างพร้อมเพรียงตามหน้าที่ ส่วนยูเรล เฟรานา พีท โฮเซ่ และคอนนี่ ก็ต่างต้องได้เวลาบอกลาการร่วมทางครั้งนี้ที่เกือบจะฆ่าทุกคนคนละ 2 รอบเป็นอย่างน้อยได้
เฟรานาได้นั่งเสรี่ยงหรือคานหาบขนาดใหญ่ติดล้อที่มีคนลาก และรถม้าขนาดใหญ่ 2 คันก็จอดอยู่ใกล้ๆ เตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทางของเอลฟ์ทั้งสองคนและคนรับใช้อีก 3
พีทบอกว่าพวกเขาทั้งหมดจะไม่ลืมท่านหญิงเลย หากกลับมาแถบนี้เมื่อไหร่ก็อยากให้ติดต่อหรือแวะมาที่บิสทรอตบ้าง ซึ่งผมว่านั่นเป็นกำลังใจที่ดีกับเธอและแม้ว่าอีกไม่นานพีทและทุกคนจะไม่ได้เห็นเธอหรือผมอีกเลยก็ตาม นั่นก็ยังทำให้เอมเมอร์ยิ้มออกมาและกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
คอนนี่บอกว่าเขาจะกลับไปฝึกซ้อมดาบกับธนูทันทีที่ถึงบิสทรอต การผจญภัยเสี่ยงตายสั้นๆนี่ทำให้เขารู้ว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการปกป้องชีวิตของตนเองและพวกพ้องได้ เอมเมอร์ชื่นชมคอนนี่ในความมุ่งมั่นแรงกล้านั้นอย่างจริงใจ
ส่วนโฮเซ่บอกว่าเขาจะกลับไปและหาเมียเพิ่มอีกครึ่งโหล หากเขาต้องมีอันเป็นไป อย่างน้อย เชื้อสายของเขาก็จะยังอยู่ และไม่แน่ หนึ่งในลูกหลานของเขาอาจได้เป็นคนสำคัญของเมืองหรือของประเทศในสักวัน เอมเมอร์หัวเราะชอบใจและอวยพรให้เขาได้รับบุตรแข็งแรงหลายคนสมใจของเขา
ผมหวังว่าพวกเขาจะได้มีอายุยืนยาวเท่าที่คนๆหนึ่งควรจะได้รับ อย่างน้อย สำหรับผม พวกเขาก็ไม่เลวเลยทีเดียว แม้จะไม่ค่อยได้เรื่องเวลาจับดาบก็เถอะ แต่อย่างน้อย พวกเขาก็ไม่ได้รังเกียจผมเท่าที่ผมคาด เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ยูเรลก้มหน้าสลดต่อหน้าซีราเอล ดูเหมือนหมอนั่นยังทำใจไม่ได้ที่จะจากเธอไปทั้งที่ยังทำหน้าที่ของตนเองไม่สำเร็จ จริงๆเอลฟ์ทุกคนต้องติดตามเอมเมอร์ออกไปสู่ทะเล แต่การทิ้งเฟรานาที่บาดเจ็บไว้ข้างหลัง ก็ไม่ใช่สิ่งที่ซีราเอลจะทำได้ง่ายๆเช่นกัน เธอจึงเลือกทำภารกิจต่อไป แม้จะต้องพบกับอุปสรรคที่มากขึ้น แต่ก็ดูเหมือนว่าเอลฟ์สาวคนนี้จะยอมรับในชะตากรรมได้ดีกว่าเอลฟ์คนอื่นที่ผมรู้จัก บางที ผมอาจต้องมองเธอใหม่ในสักวันหนึ่งก็ได้ (ล่ะมั้ง)
ส่วนเฟรานาที่นั่งอยู่บนเสรี่ยงนั้นไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ผมแอบเห็นเธอก้มหน้าและน้ำตาซึม ผิดกับความห้าวหาญตลอดการเดินทางของเธอเลยทีเดียว
และหลังจากการบอกลาที่กระชับและห้วนจนเหมือนการทักทายยามเช้าของพวกเอลฟ์ ทั้งสองกลุ่มก็แยกออกจากกัน กลุ่มหนึ่งขึ้นไปบนเรือโดยการนำของ แกรมส์ นอร์ตั้น ส่วนอีกกลุ่ม ไปขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้ให้สำหรับเดินทางไปบิสทรอต พร้อมหนังสือร้องขอการดูแลคุ้มครองจากเอมเมอร์ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นั่นจะช่วยสร้างสวัสดิภาพที่ดีต่อยูเรลและเฟรานา
ส่วนผม ก็ได้เวลาแอบขึ้นเรือ ท่านหญิงรอนด้า นี่เสียที
ผมแทรกตัวไปในท่าเรือ ผ่านทางเดินที่แน่นขนัดไปด้วยพ่อค้าและลูกเรือที่กำลังขนของขึ้นเรือประมงสำหรับออกหาปลาในวันใหม่นี้ ไม่นาน ผมก็เดินเลยไปยังท่าเรือที่ท่านหญิงรอนด้ากำลังดึงสมอขึ้นจากก้นทะเลอยู่ ผมเดินขึ้นไปบนเรือที่จอดข้างๆท่านหญิงรอนด้าอย่างง่ายดาย
การขึ้นเรือเกือบเป็นเรื่องยาก แต่พอสืบหาไม่นาน ผมก็ได้รู้จักกัปตันของเรือ Browny Lotus ลำนี้ และเสนอเงินเหรียญให้เขาเพื่อขอโดยสารไปด้วยสักครั้ง โดยให้เหตุผลว่า ผมเป็นนักเขียนนิยาย และต้องการจะเก็บข้อมูลการเดินเรือ ซึ่งผมยินดีจะจ่ายให้เขาอีก 2 เท่า หากเขาพาผมกลับมายังฝั่งได้อย่างปลอดภัย กัปตันเรือลำนี้ตอบตกลงอย่างง่ายดาย ผมแค่ต้องพยายามไม่ให้เขารู้ว่าผมมีเงินเหรียญมากกว่าที่เขาคิดเท่านั้น ที่เหลือคือการกระโดดจากเรือลำนี้ ไปยังท่านหญิงรอนด้าเท่านั้น
แผนนี้เป็นแผนตื้นๆ ขึ้นเรือลำข้างๆ แล้วกระโดดไปขึ้นเรืออีกลำหนึ่ง แต่ถ้าไม่ใช่ผม ก็อาจจะทำไม่ได้ง่ายนัก เพราะเรือสองลำนั้นมีขนาดใหญ่และช่องว่างที่กว้างร่วม 10 เมตร ไม่สามารถทำให้ใครกระโดดไปมาหากันได้โดยไม่ใช้รอกหรือเชือกโหน ซึ่งผมไม่ต้องการทั้งสองอย่างนั่น
ผมเล็งไปยังช่องยิงปืนใหญ่ช่องหนึ่งที่อยู่ด้านล่าง ทันทีที่เอมเมอร์กับซีราเอลเดินขึ้นมาบนลำเรือ สายตาของทหารเรือทุกคู่ก็ต่างจับจ้องไปที่พวกเธอ แน่นอน นั่นคือเวลาของผม หลังจากรอจังหวะไม่ให้คนเห็นสักพักหนึ่ง ผมก็กระโดดออกไป ทิ้งเรือ Brown Lotus ไว้ข้างหลัง แทบจะพอดิบพอดี ผมเกาะขอบหน้าต่างของปืนใหญ่ไว้ได้ มองเข้าในข้างใน ก็ไม่มีใครอยู่ในนั้นพอดี ผมเลยปีนเข้าไปในห้องยิงปืนใหญ่ชั้นล่างของเรือท่านหญิงรอนด้า ซึ่งกว้างพอจะให้ผมเบียดตัวเข้าไปได้ไม่ยาก และหาที่ซ่อนตัวดีๆ ขณะที่รอให้เรือลำนี้ออกจากท่า
ซึ่งนั่นก็เป็นเวลาไม่นานเท่าไหร่ ลูกเรือส่วนใหญ่ขึ้นไปต้อนรับสาวสวย 2 คนที่เพิ่งขึ้นเรือมาโดยไม่มีใครสนใจอะไรก็ตามที่อยู่ใต้ท้องเรืออย่างเอลฟ์อีกคนที่ลอบขึ้นเรือมาทางช่องปืนใหญ่
เรือท่านหญิงรอนด้า แล่นออกไปจากท่าอย่างช้าๆ ทิ้งผู้คนมากมายและกองทหารของลอร์ดเจ้าเมืองไว้เบื้องหลัง ทะเลรอบด้านโอบล้อมเรามากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผู้คนก็ตัวเล็กลงไปทุกวินาทีที่เรือแล่นออกห่างจากฝั่ง
ตามแผน ผมต้องรอให้ คาร์เตอร์ ดิชค์ ปรากฏตัวที่ท้องทะเลเสียก่อน จึงจะแสดงตัวออกไปเพื่อร่วมกับคณะของเอมเมอร์ได้ หรือไม่เช่นนั้น หากมีอันตรายใดๆเกิดขึ้นก็ตาม นั่นก็คือสัญญาณเรียกตัวของผมอีกอย่างหนึ่งสำหรับอาละวาดบนเรือลำนี้เช่นกัน
ผมส่งตัวต่อจำลองออกไปเพื่อหาจุดซุ่มดูเหตุการณ์บนดาดฟ้าเรือ ซึ่งก็ดูจะไม่มีอะไรผิดปกติ เอมเมอร์กับซีราเอลยังคงตื่นตาตื่นใจกับการได้ล่องเรือครั้งแรก แม้ว่าผมจะบอกพวกเธอว่าอันตรายอะไรที่กำลังรอพวกเราอยู่ก็ตาม
ตอนนี้ในหัวผมคิดถึงเรื่องของ คาร์เตอร์ ดิชค์ โจรสลัดผู้น่าเกรงขามและลึกลับพอๆกัน ผมนึกไปถึงเรื่องการสนทนาเมื่อคืนของพวกเราเกี่ยวกับหมอนั่น สลับกับใบหน้าถมึงทึงกับสายตาดุร้ายที่ผมได้เห็นเมื่อวันก่อน
เอมเมอร์ยืนยันว่า ท่านพ่อของเธอได้กำชับเป็นมั่นเหมาะถึงความช่วยเหลือใดๆที่กำลังจะมาถึงจาก คาร์เตอร์ ดิชค์ เขาจะเป็นคนพาเอมเมอร์ไปส่งยัง คายล์โฮลต์ เมืองท่าที่ใกล้ที่สุดใน South-End ส่วนวิธีที่ว่า คาร์เตอร์จะพาเอมเมอร์ออกจากเรือของแกรมส์ได้ยังไง เรื่องนั้นแม้แต่เอมเมอร์เองก็ไม่สามารถรู้ได้
ผมนึกกลับไปถึงคำพูดของคาร์เตอร์ที่ผมได้ยินมาเมื่อวาน หมอนั่นพูดชัดเจนว่าจะจัดการกับซีราเอลยังไงหลังจากที่จัดการเรือลำนี้ได้ ผมพยายามคิดว่านั่นอาจเป็นคำพูดล่อหลอกให้นายจ้างเข้าใจผิด และจริงๆแล้วหมอนั่นต้องการจะช่วยเหลือพวกเรามากกว่าฆ่าเราทุกคนบนเรือลำนี้ทิ้งกลางทะเล
อีกไม่นานเราคงจะได้รู้คำตอบนั้นกัน
และเวลานั้นก็มาถึงเร็วกว่าที่คิด
ผมถูกปลุกให้ตื่นขึ้นหลังจากงีบหลับในห้องเก็บของได้ 3-4 ชั่วโมงจากเสียงแตรสัญญาณที่ดังลั่นไปทั่วดาดฟ้าเรือ ลูกเรือวิ่งกันจ้าละหวั่น หลายคนในนั้นตะโกนว่า "โจรสลัด โจรสลัด" ถ้านั่นเป็นเรือของคาร์เตอร์ ดิชค์ นี่ก็คงถึงเวลาทำตามแผนแล้วกระมัง
ผมแง้มประตูไปมองความวุ่นวายในใต้ท้องเรือที่ลูกเรือเตรียมกระสุนปืนใหญ่กันให้วุ่น นึกถึงวิธีการจะออกจากตรงนี้ไปยังดาดฟ้าเรือ แต่ก็หาวิธีไม่ได้ ถ้าผมไม่เดินดุ่ยๆออกไปให้เกิดคำถามหรือการต่อสู้กับผู้บุกรุก ผมก็ต้องใช้ระเบิดควันซึ่งก็ไม่น่าเวิร์คเช่นกัน
"มันยิงมาแล้วววว" เสียงชายสักคนในชั้นบนตะโกนลั่น และหลังจากนั้นสัก 4 หรือ 5 วินาที แรงกระแทกก็ทำเอาเรือทั้งลำสั่นเหมือนแผ่นดินไหว ลูกเรือและพลยิงทุกคนแทบจะล้มกันระเนระนาด ผมก็ไม่ต่างกัน ถ้าคาร์เตอร์ ดิชค์นั่นจะมาช่วยเอมเมอร์ หมอนั่นก็คงพยายามทำหลังจากฆ่าเธอเรียบร้อยแล้ว
ตูมมมมมมม
เสียงกระสุนปืนใหญ่อีกลูกที่ทำหน้าที่ของมันสำเร็จแผดเสียงคำรามก้องไปทั่ว ตอนนี้ทุกคนเริ่มหวาดกลัวกันมากขึ้น บางคนพูดถึง "เรือยักษ์แดง" ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นเรือของคาร์เตอร์ ดิชค์ ที่กำลังโจมตีท่านหญิงรอนด้า ซึ่งทุกๆ 8 หรือ 10 วินาที จะส่งกระสุนปืนใหญ่มาถล่มเรือท่านหญิงอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนลูกเรือของเรือท่านหญิงรอนด้า จะไม่ได้เจนจัดในการรบเท่าที่ควร ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ลอร์ดเจ้าเมืองตั้งใจจะส่งเรือธงลำใหญ่แค่ลำเดียวออกจากท่าที่เต็มไปด้วยโจรสลัดที่ซ่อนตัวอยู่ โดยหวังว่าจะถูกจมได้อย่างง่ายดายหรือเปล่า?
ทั้งเรือขบวนที่จะทำหน้าที่คุ้มกันหรือช่วยเหลือก็ไม่มี แถมลูกเรือครึ่งนึงก็ไม่ได้มีฝีมือเท่ากับโจรสลัดดีๆสัก 10 คนด้วยซ้ำ ปืนใหญ่หลายสิบกระบอกนี่เหมือนเศษเหล็กที่รอเวลาถูกจมในไม่ช้า ถ้าพวกเขายังไม่ทำอะไรที่มีประโยชน์มากกว่านี้
ส่วนการหนีทำได้ยากยิ่งกว่า เรือท่านหญิงรอนด้า เป็นเรือใหญ่ลำอุ้ยอ้ายที่จะกางจะหุบใบเรือแต่ละทีใช้เวลาหลายสิบนาที ยิ่งถ้าต้นหนเรือมีฝีมือพอๆกับลูกเรือที่ผมเห็นข้างใต้นี่ล่ะก็ การหันหน้าไปสู้ตายยังจะมีโอกาสรอดมากยิ่งกว่าหลายเท่าเสียอีก
เพราะฉะนั้น ถ้า แกรมส์ ไม่ได้โง่จนเกินไป เขาจะสั่งให้สู้ นั่นคือทางเลือกเดียว และเมื่อคำสั่งถูกถ่ายโอนลงมา เรือท่านหญิงรอนด้าน ก็หันกราบเรือด้านขวาไปทางเรือยักษ์แดงที่พุ่งเข้ามาเต็มกำลัง
กระสุนปืนใหญ่ชุดแรกถูกยิงออกไป ผมหวังว่าหนึ่งในพวกมันจะจมเรือยักษ์นั่นได้ แต่แน่นอนว่าไม่มีประโยชน์ ผมแอบมองลอดไปทางรูหน้าต่าง สิ่งที่เห็นคือด้านหน้าของเรือยักษ์แดงและเสากระโดงทั้งหมดทำจากไม้หุ้มด้วยเหล็กเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง หัวเรือรูปยักษ์ไซคลอปส์สีแดงเข้มแยกเขี้ยวยิงฟันมีสีหน้าที่โมโหที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นจากยักษ์ตนไหน บางทีถ้าเจ้ายักษ์นี่มีชีวิตจริงๆ มันก็อาจจะทำสีหน้าแบบนี้ตอนที่ถูกจับมาขึงไว้ที่หัวเรือโดยไม่เต็มใจ เป็นผมก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
การแลกปืนใหญ่ของเรือทั้งสองลำดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะที่เรือยักษ์แดงยิงมาได้ 3 ครั้ง เรือท่านหญิงรอนด้ากลับเพิ่งยิงได้แค่ครั้งเดียว ไม่ต้องเป็นหมอดูก็พอจะรู้ได้ว่าเรือลำนี้จะล่มลงสู่ก้นทะเลได้เร็วแค่ไหน
กราบเรือด้านขวาของเรือท่านหญิงฯเริ่มเละเทะขึ้นเรื่อยๆ ปืนใหญ่หลายกระบอกพลิกคว่ำ และลูกเรือเกือบครึ่งบาดเจ็บ ไม่ก็ตายหรือพิการ เลือดกระเด็นไปทั่วท้องเรือ แม้จะไม่มากนัก แต่ถ้าฟังจากเสียงร้องไห้โอดครวญด้วยความเจ็บปวดแล้ว ผมก็ไม่แปลกใจเลยว่าเจ้าพวกนี้จะจบชีวิตลงได้ง่ายเพียงใด
ผมนึกถึงหมอหรือแพทย์ประจำเรือ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ควรมาอยู่แถวนี้เมื่อ 10 นาทีที่แล้ว แต่ก็ไร้วี่แวว ลอร์ดเจ้าเมืองคงจะไม่ได้ส่งแพทย์ประจำเรือมามากเพียงพอสำหรับสงครามสู้ตายแลกชีวิตกันกลางท้องทะเลในตอนเช้าแบบนี้ ซึ่งถ้าคิดว่านั่นเป็นแผนสละเรือใหญ่อุ้ยอ้ายสักลำอย่างท่านหญิงรอนด้า เฮอร์เชลลัสก็ทำถูกต้องแล้ว
ผมห่วงสวัสดิภาพของเอมเมอร์พอๆกับซีราเอลที่คงจะทำอะไรไม่ถูกเท่าไหร่ที่ห้องของกัปตันบนท้ายเรือที่ตอนนี้น่าจะกลัวและทำอะไรไม่ถูกพอๆกับเมาเรือที่โคลงเคลงเพราะการโจมตี ดูท่าว่าผมคงจะต้องออกจากใต้ท้องเรือนี่แล้วขึ้นไปข้างบนเพื่อทำอะไรสักอย่างที่ผมเองยังคิดไม่ออกสักที
ผมออกจากห้องเก็บของ ผ่านซากของปืนใหญ่ เศษไม้ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเรือ และลูกเรือหลายคนที่ทั้งมีชีวิต และตายไปแล้ว แทบไม่มีใครสนใจการปรากฏตัวเอลฟ์สักคนข้างใต้นี่
น้ำยังไม่ทะลักเข้ามาในเรือ โชคดีที่ท่านหญิงรอนด้าอย่างน้อยก็เป็นเรือที่แข็งแรงพอจะรับแรงกระแทกได้พอสมควร แต่ก็คงจะอีกไม่นาน
ผมปีนบันไดลิงขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงนาทีผมก็มายืนอยู่ที่ดาดฟ้าเรือ เห็นภาพอันวุ่นวายของลูกเรือที่พยายามจะต่อสู้มากพอๆกับระส่ำระสาย
แกรมส์ยืนอยู่ที่ท้ายเรือ คอยควบคุมและสั่งการลูกเรือให้ทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุด ถึงหมอนั่นจะไม่ใช่กัปตันเรือชั้นเยี่ยม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นชายที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆเลยทีเดียว
เรือ "ยักษแดง" แล่นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ปืนใหญ่ด้านหน้าเรือก็ยังยิงกระสุนมาเป็นจังหวะไม่ขาด อีกไม่นานท่านหญิงรอนด้าจะพินาศลงพร้อมๆกับโจรสลัดของคาร์เตอร์ ดิชค์ ที่จะปีนขึ้นมาบนเรือเพื่อทำหน้าที่ที่เอมเมอร์คิดว่าเป็นการ "ช่วยเหลือ" เธอ ซึ่งผมยังหวั่นๆกับข้อนั้นอยู่ว่า จะเป็นไปได้จริงแค่ไหน
ผมขึ้นไปบนเสากระโดงเรือโดยใช้ใยแมงมุมจาก Silver Garnet มันเหนียวและหากผมยิงมันแค่เส้นเดียว ก็จะปล่อยใยออกไปได้ไกลเป็นสิบๆเมตร ผมเล็งไปที่จุดที่สูงที่สุดของเสากระโดงเรือ พอปลายใยจับเสาเรือได้ ผมก็ดึงตัวเองขึ้นไปเหมือนสปริง และปีนต่อไปเรื่อยๆจนสูงเท่าที่จะทำได้ การปีนเสาเรือที่โคลงเคลงจากเรือที่ใกล้จะล่ม อาจจะยากมากๆสำหรับลูกเรือทั่วๆไป แต่สำหรับผมมันง่ายเหมือนกระโดดขึ้นบันไดทีละ 2 ขั้น อยู่บนนี้ผมมองอะไรได้ชัดเจนดีทีเดียว
ผมใช้ Eagle View ทำให้มองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นข้างล่างได้อย่างชัดเจน
เรือยักษ์แดงหยุดยิงตอนที่กำลังหันเรือเข้าเทียบท่านหญิงรอนด้า ตะขอหลายสิบเส้นถูกโยนมาเพื่อดึงรั้งเรือทั้งสองให้ยึดจับเข้าหากัน ผมมองเห็นคาร์เตอร์ ดิชค์ ได้ไม่ยาก หมอนั่นตัวใหญ่ที่สุดและใส่เสื้อคลุมสีแดงสดตัดสีผมและเคราสีทอง หมอนั่นถือดาบในมือขวา สวมเสื้อโค้ทยาวสีแดงสด กำลังโบกไม้โบกมือสั่งลูกเรือให้รีบปีนขึ้นมายึดเรือท่านหญิงอย่างรีบเร่ง
"ฆ่าพวกผู้ชายให้หมด จับพวกผู้หญิงมาให้ข้า" หมอนั่นตะโกนสั่ง ขณะที่ลูกเรือยักษ์แดงทยอยปีนข้ามเรือมา
แกรมส์ชัดดาบยาวออกมาจากเอว หมอนั่นคล้ายนักดาบมากกว่านักเดินเรือ ผมเห็นการต่อสู้เกิดขึ้นทันทีที่ลูกเรือยักษ์แดงเหยียบลงบนดาดฟ้าท่านหญิงรอนด้า เสียงดาบดังกระทบกันดังลั่น พอๆกับเสียงร้องจากความเจ็บปวดของลูกเรือที่ถูกโจมตี
ไม่นาน ลูกเรือของท่านหญิงรอนด้าก็ถูกจัดการจนเกือบหมด เว้นก็แต่แกรมส์ ที่สู้ยิบตาจนได้มาหลายแผล แม้ว่าหมอนั่นจะจัดการลูกเรือของคาร์เตอร์ ดิชค์ไปเกือบสิบคนก็ตาม แต่ก็ยังเหลือโจรสลัดอีกอย่างน้อย 40 คนที่แกรมส์ต้องเผชิญหน้าหากยังไม่อยากตาย
คาร์เตอร์สั่งให้ลูกเรือของมันไปค้นทุกซอกมุมในเรือท่านหญิง และไม่นานพวกมันก็จับเอมเมอร์กับซีราเอลได้ที่ห้องของกัปตันเรือ เอมเมอร์ถูกลากออกมาที่พื้น ขณะที่ซีราเอลกำลังสู้สุดตัวกับโจรสลัด 3 คนพร้อมกัน แม้เธอจะเชี่ยวชาญด้านธนูเป็นพิเศษ แต่ฝีมือดาบก็ยังไม่เท่าไหร่นัก ยิ่งถ้าต้องเจอกับคู่ต่อสู้พร้อมกัน 3 คนด้วยแล้ว
ผมยังคงรอ รอต่อไป รอให้คาร์เตอร์ ทำตามแผนที่ได้ตกลงกันไว้กับพ่อของเอมเมอร์ ที่ว่าจะช่วยเหลือเธอ พาเธอเดินทางไปยัง คายล์โฮลต์ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะผิดเพี้ยนไปหมด
คาร์เตอร์เดินมาหาเอมเมอร์ บีบคอเธอขึ้นมาเพื่อดูหน้า ก่อนจะโยนลงไปที่พื้นอีกครั้งและบอกให้ลูกสมุนมัดเธอไว้ แล้วไปสนใจซีราเอลที่กำลังเข้าตาจน มันแลบลิ้นสกปรกเหมือนกำลังน้ำลายสอเมื่อเห็นอาหารอันโอชะตรงหน้า ก่อนจะเข้าไปร่วมต่อสู้กับเอลฟ์สาว และด้วยเรี่ยวแรงของชายที่สูงเกือบ 2 เมตร การฟันดาบเต็มแรงแค่ 3 ครั้ง ก็ทำให้ซีราเอลล้มกลิ้งไปบนพื้น ก่อนจะต้องยอมจำนนต่อดาบหลายเล่มที่พุ่งมาจ่อที่คอของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้
"จับนั่งเอลฟ์นี่ไว้นิ่งๆ" คาร์เตอร์สั่งลูกน้อง "ข้าจะล่อนังนี่ให้หายอยากเลย"
เสียงแกรมส์ที่ยังต่อสู้อยู่ ตะโกนลั่นมาจากท้ายเรือ เช่นเดียวกับเสียงกรีดร้องของเอมเมอร์อ้อนวอนขอให้มันหยุดสิ่งที่กำลังจะทำ
โอเค พอเสียที นี่ไม่เหมือนกับที่เอมเมอร์พูดไว้เลยแม้แต่น้อย ได้เวลาที่ผมจะต้องลงมือซะแล้ว
ผมหยิบ Black Stinger ออกมาจากกระเป๋า ขึ้นสายธนูพร้อมกัน 5 ดอก เปิดความสามารถ Multiple Aim และยิงออกไปยังเป้าหมายเบื้องล่าง
โจรสลัด 5 คนล้มลง และอีก 2 วินาทีต่อมา พวกมันอีก 5 คนก็ล้มตาม พิษทำลายประสาทฆ่าพวกมันแทบจะทันทีที่ธนูสัมผัสร่าง
และก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะรู้ว่าศัตรูอยู่ข้างบน
ผมก็กระโดดลงมาจากจุดซ่อนตัวบนเสากระโดดเรือ ครึ่งวินาทีก่อนผมจะถึงพื้น ระเบิดควันก็ปะทุและส่งควันฟุ้งกระจายไปทั่วดาดฟ้าเรือ
ตอนนี้บนดาดฟ้าเรือท่านหญิงรอนด้า มีแต่เสียงของลูกเรือคาร์เตอร์ ดิชค์ร้องกันระงมว่าเกิดอะไรขึ้น หรือใครทำอะไร
ส่วนคาร์เตอร์ ดิชค์ ตะโกนขึ้นมาได้แค่คำเดียว "อะไรวะเนี่ย"
ท่ามกลางควันหนาๆที่บดบังสายตาไปได้อีกเกือบ 10 วินาทีในพื้นที่จำกัดแบบนี้
คือพื้นที่ของผม
คือสนามเด็กเล่นของผม
คือลานสังหารของผม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น